ประวัติความเป็นมาของหางเครื่อง
สำนวน
"หางเครื่อง" เดิมเป็น สำนวนที่ใช้เฉพาะกับ วงดนตรีไทยเดิมเป็นคำเรียกเพลงที่เล่นต่อท้ายจาก
เพลงสามชั้น หรือเพลงเถา ต่อมา มีผู้นำสำนวน"หางเครื่อง" ไปใช้กับ
วงดนตรีลูกทุ่ง ซึ่งผู้จัดการวง คิดว่า การมีนักร้อง ออกมาร้องเพลงเฉย ๆ ไม่ดึงดูด
ความสนใดเท่าที่ควร จึงคิดให้มี ผู้หญิงแต่งตัวสวย ๆ ออกมาเต้น ตามจังหวะเพลง
คล้าย ๆ กับ รีวิวประกอบเพลง เป็นชุด ๆ ไป บางครั้ง ก็มีผู้ชาย ร่วมเต้นด้วย
ปัจจุบัน วงดนตรีลูกทุ่ง ต้องมีหางเครื่องทุกวง ไม่เช่นนั้น คนดูไม่ชอบ หางเครื่องถือกำเนิดในวงดนตรีลูกทุ่งมานาน
เมื่อเกิดวงดนตรีเพลงลูกทุ่งในช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่สองนั้น
นักร้องเพลงลูกทุ่งทั้งหญิงและชายแต่งตัวอย่างบ้านนอก บอกลักษณะลูกทุ่งแท้
ต่อมาจึงค่อยเปลี่ยนมาแต่งกายแบบตะวันตก
ด้านหลังนักร้องก็จะมีหญิงสาวมาเต้นประกอบตามจังหวะเพลง ดูคล้ายเต้นระบำ
สมัยนั้นมีผู้เต้นเพียงสองคนเท่านั้น การเกิดของ "หางเครื่อง"
กับวงดนตรีลูกทุ่ง เป็นไปตามลักษณะของการแสดงบนเวที
เครื่องดนตรีบนเวทีประกอบด้วยฉิ่ง ฉาบ กรับ กลอง ลูกแซ็ก ไม้แต๊ก
และเครื่องให้จังหวะหลังวงดนตรี ส่วนนี้เป็นสีสันของวงดนตรี
โดยคนในวงที่ว่างหรือพัก ก็สามารถขึ้นมาช่วยวงสร้างสีสันในการแสดงด้วยการเล่นเครื่องให้จังหวะเหล่านี้ได้
เพราะการแสดงแต่ละครั้งในเวลานานจึงต้องพยายามหาการแสดงใส่เข้าไปเพื่อช่วยนักร้องและนักดนตรีหลัก
มีชื่อเรียกกันว่า "เขย่าหางเครื่อง"
ที่มาของภาพ http://board.postjung.com/531919.html
ในปี 2509 คนที่ออกมาเขย่าหางเครื่องเริ่มเป็นทีม และแต่งตัวเหมือนกัน
โดยเริ่มจากวงของสุรพล สมบัติเจริญ สมานมิตร เกิดกำแพง จนกระทั่งสุรพล เสียชีวิตลง
ศรีนวล สมบัติเจริญ ภรรยาสุรพลก็จัดผู้เต้นระบำประกอบเพลงโดยใช้ผู้เต้นประมาณ 10 คน ลีลาการเต้นก็เป็นแบบระบำฮาวายของตะวันตก ปีที่หางเครื่องเปลี่ยนแปลงชัดเจนที่สุดก็คือ
ปี 2510
หางเครื่องกลายเป็นส่วนประกอบสำคัญที่ขาดไม่ได้ของวงดนตรีลูกทุ่ง
ผู้ที่ทำให้เกิดขึ้นก็คือศกุนตลา พรหมมหา ภรรยาของเพลิน พรหมแดน เธอนำแฟชั่นใหม่ๆ ทั้งเสื้อผ้า ขนนก
จากต่างประเทศ มาใช้กับการแสดงลูกทุ่งเป็นครั้งแรกในเมืองไทย เพื่อพลิกฟื้นการขาดทุนของวงตัวเองให้กลับมาทำกำไรอีกครั้งและเธอก็ทำได้สำเร็จ
หางเครื่องกลายเป็นบรรทัดฐานของวงลูกทุ่งต้องยิ่งใหญ่อลังการ
ปีทองอีกช่วงหนึ่งของหางเครื่องก็คือปี 2520 เพลงลูกทุ่งกลับมาอีกครั้ง มีการตั้งวงดนตรีกันคับคั่ง
โดยมีนายทุนเข้าไปมีส่วนในการตั้งวงดนตรีอยู่ไม่น้อย
การแข่งขันด้านหางเครื่องจึงเพิ่มขึ้น วงดนตรีใหญ่ๆ
มีหางเครื่องในสังกัดตัวเองประมาณ 60 คน
ค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับเครื่องแต่งกายของหางเครื่องสูงถึง 1 ล้านบาท หางเครื่องในยุคนี้เหลืออยู่ไม่มาก
ต้องเป็นวงใหญ่และมีงานมากจึงกล้าลงทุน เพราะเดี๋ยวนี้นักร้องลูกทุ่งใช้บริการของ
ที่มาของภาพ http://board.postjung.com/531919.html
โอกาสใช้ในการแสดง
ในแง่ศิลปะ
หางเครื่องซึ่งลอกเลียนมาจากตะวันตกไม่น่าจะเข้ากันได้กับการแสดงเพลงลูกทุ่ง
แต่ในแง่ธุรกิจผู้ที่อยู่ในวงการเพลงลูกทุ่งต่างยอมรับว่าหางเครื่องเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้
ผู้ชมเคยชินและชื่นชอบกับการชมหางเครื่องประกอบการแสดงเพลงลูกทุ่ง
หางเครื่องเป็นสิ่งที่ทำให้เพลงลูกทุ่งต่างจากลูกกรุง
ผู้ชมก็ตื่นตาตื่นใจกับเสื้อผ้าและลีลาการเต้นของหางเครื่อง อย่างไรก็ตาม
เมื่อการแข่งขันด้านหางเครื่องไม่มีขีดจำกัด
วงดนตรีลูกทุ่งบางวงก็เลิกราไปเพราะสู้ค่าใช้จ่ายไม่ไหว ในปัจจุบันเมื่อเพลงลูกทุ่งซบเซาลงไปกว่าแต่ก่อน
ความวิจิตรตระการตาของหางเครื่องก็ลดน้อยลงไปด้วย
ที่มา http://board.postjung.com/531919.html
ที่มา ณรงค์ วงค์ไชย
ความเป็นมาของ
”หางเครื่อง” ที่ก้าวเข้าสู่ในยุคปัจจุบันกับคำว่า “dancer”
วงการเพลงลูกทุ่งไทยในสมัยก่อน
มักจะเรียกนักเต้นประกอบว่า หางเครื่อง
ซึ่งในสมัยก่อนนั้นหางเครื่องเป็นที่นิยมชมชอบของผู้ที่มาร่วมงานเพลงลูกทุ่ง
และการเต้นของหางเครื่องจะมีความเป็นเอกลักษณ์ในแต่ละท่า สวยงาม
และมักจะเต้นพร้อมเพียงกันเสมอ ในแต่ละงานนั้น จะมีการประดับประดา แต่งตัวอลังการ
ตระการตา ส่วนมากหางเครื่องในสมัยก่อนจะเป็นผู้หญิง ที่มีความรักในอาชีพหางเครื่อง
ซึ่งในแต่ละงานนั้นก็จะมีผู้ควบคุมวงที่จะพาให้หางเครื่องไปออกตามงานวัดต่างๆ
ซึ่งค่าตัวในสมัยก่อนอาจจะไม่แพงเหมือนปัจจุบัน หางเครื่องในสมัยก่อนนั้น จะเน้นเสื้อผ้าในการตัดเย็บเอง
ของคนในวง จะมีสีสันที่โดดเด่น และออกในแนวของงานวัด
ซึ่งในเวลาต่อมาหางเครื่องก็เริ่มมีการพัฒนามากขึ้น
เริ่มเอาขนนก ขนไก่ มาเริ่มประดับประดาทำให้เกิดความสวยงามมากยิ่งขึ้น
การแต่งตัวในแต่ละบทเพลงก็แตกต่างกันไป ในส่วนของเพลงช้า อาจจะเป็นการแต่งชุดของหางเครื่องอาจจะเป็นนุ่งยาวห่มยาวเพื่อความสวยงามในแต่ละบทเพลง
ส่วนในเพลงเร็วก็จะเป็นเกี่ยวกับการแต่งตัวที่อาจจะเริ่มสั้นบ้าง
เพื่อในความเคลื่อนไหวของเพลงเร็วจะเต้นได้เหมาะสมกว่า
และทางการตลาดก็เริ่มมีการทำชุดหางเครื่องมาขาย ตามร้านค้าต่างๆบางร้านก็เปิดให้เช่า
บางร้านก็เปิดเป็นวงดนตรีลูกทุ่ง มีชุดหางเครื่องให้เช่าพร้อม
แต่ในปัจจุบันหางเครื่องได้เปลี่ยนไปมากพอสมควรเพราะว่ามีเทคโนโลยีเข้ามาทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทั้งในด้านชุด
ในสมัยนี้ที่เรียกแทนหางเครื่องว่า dancer ซึ่งการแต่งของของ dancer ในปัจจุบัน
มักจะมีการแต่งตัวที่ไม่มิดชิด โชว์นั้นหน่อย
นี้หน่อยจนทำให้อาจจะลืมคำว่าหางเครื่องไปบ้าง
แต่วงการเพลงลุกทุ่งไทยก็ยังสืบสานและอนุรักษ์หางเครื่องไว้ในปัจจุบัน
จึงเกิดการจัดประกวดวงดนตรีลูกทุ่งตามที่ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นรายการดังๆ เช่น รายการ
ชิงช้าสวรรค์ เป็นรายการที่ประกวดวงดนตรีลูกทุ่งประกอบหางเครื่องระดับมัธยม
และรายการชุมทางเสียงทอง ลูกทุ่งเงินล้าน และการประกวดอีกหลายรายการที่
เด็กๆได้มีความกล้าแสดงออกในเรื่องเหล่านี้
หากสมัยนี้ผู้คนยังไม่มีการอนุรักษ์คำว่าหางเครื่องหรือ
dancer
ไว้ หันไปชอบของที่ไม่ใช่ของไทย วัฒนธรรมอื่น หางเครื่อง
ก็อาจจะไม่มีปรากฏให้เราได้เห็นหรือชื่นชมให้รุ่นลูกรุ่นหลานได้อยู่สืบไป
เราในฐานะเยาวชนคนรุ่นใหม่ ควรจะอนุรักษ์ ผลงานเพลงลูกทุ่ง รักที่จะฟัง
เพลงลูกทุ่ง ก็ควรรักษาเพลงลูกทุ่ง หรือหางเครื่องไว้ตราบนานเท่านาน
ประมวลภาพ
ที่มา งานดาวรุ่งลูกทุ่ง ม.พะเยา ร่วมถ่ายรายการแก้วดาปาแอ่ว
ที่มา งานดาวรุ่งลูกทุ่ง ม.พะเยา ร่วมถ่ายรายการแก้วดาปาแอ่ว
ที่มา งานดาวรุ่งลูกทุ่ง ม.พะเยา ร่วมถ่ายรายการแก้วดาปาแอ่ว
ที่มา งานดาวรุ่งลูกทุ่ง ม.พะเยา ร่วมถ่ายรายการแก้วดาปาแอ่ว
ที่มา งานดาวรุ่งลูกทุ่ง ม.พะเยา ร่วมถ่ายรายการแก้วดาปาแอ่ว
ที่มา งานดาวรุ่งลูกทุ่ง ม.พะเยา ร่วมถ่ายรายการแก้วดาปาแอ่ว
ที่มา งานดาวรุ่งลูกทุ่ง ม.พะเยา ร่วมถ่ายรายการแก้วดาปาแอ่ว
ส่วนLink ของ VDO ของผลงานเพลงลูกทุ่งต่างๆ
ส่วนของลิงค์page ชุดแดนเซอร์ หางเครื่องและ Facebook วงการเพลงลุกทุ่ง













